วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555

I will stop playing the game.

*** คุณอย่าไปคิดถึงเรื่องเวลาอันเป็นต้นตอของสรรพสิ่ง เพราะเวลาไม่มี มีแต่ลำดับการเกิดดับของกายใจ การได้อุปกรณ์เล่นเกมแต่ละครั้งต้องมีเหตุที่มาที่ไปเสมอ จะผุดขึ้นลอยๆจากอากาศไม่ได้ ฉะนั้นแม้ชาติแรกที่สุดที่ทุกอย่างจะอุบัติขึ้นโดยปราศจากเงื่อน ปราศจากเค้า ก็ย่อมไม่มีเช่นกัน โจทย์ที่เราควรเพ่งเล็งจึงไม่ใช่คำถามแบบไข่กับไก่อันไหนเกิดก่อนกัน แต่ต้องเล็งลงไปในสิ่งที่กำลังเห็นได้ ว่าอะไรเป็นเงื่อน อะไรเป็นต้นเค้าให้ต้องอยู่ในเกมกรรมต่อ สิ่งที่เราสามารถเห็นได้จริง จับต้องได้ทันที ไม่มีอะไรเกินไปกว่ากายใจอันปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้ หากมองว่าคุณเล่นเกมกรรมมานับอนันต์ภายใต้กฎเกณฑ์เดิม ก็แปลว่าถ้าเห็นความจริงและเงื่อนไขต่างๆที่ทำให้มีกายใจนี้ได้ คุณก็สามารถเห็นต้นตอกำเนิดเกมกรรมทั้งหมดได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องระลึกชาติ ไม่ต้องมีญาณหยั่งรู้อนาคต คุณก็มีสิทธิ์เห็นเงื่อนไขความจริงเกี่ยวกับกายใจในทุกกาลได้เช่นกันอุปกรณ์เล่นเกมกรรมคือกายใจมนุษย์นั้น นอกจากเอาไว้ก่อกรรมทำบุญบาปแล้ว ยังประกอบด้วยช่องทางเชื่อมต่อกับโลกภายนอกมากมายหลายชนิด ได้แก่ตา เอาไว้มองดูรูป หูเอาไว้ฟังเสียง จมูกเอาไว้ดมกลิ่น ลิ้นเอาไว้ลิ้มรส ประสาทกายทั่วร่างเอาไว้รับสัมผัสกระทบ และใจเอาไว้รับรู้สภาพธรรมทั้งปวงนอกเหนือจากที่ช่องรับอื่นๆรับไม่ได้ เรื่องของเรื่องก็คือเมื่อรับผัสสะมาแล้วไม่จบแค่ทราบว่าเกิดผัสสะ แต่ยังมีแรงกระทำทางระบบประสาทที่ก่อให้เกิดความสบายและความอึดอัดทางกายอีกด้วย ไม่ว่าคุณจะรู้เรื่องเกมกรรมมากหรือน้อยแค่ไหน ตราบใดที่คุณยังติดใจรสชาติความสบายอันเกิดจากผัสสะกระทบทั้งหลาย ตราบนั้นคุณได้ชื่อว่าตกอยู่ใต้การบังคับให้เล่นเกมกรรมต่อเสมอ โดยไม่มีข้อยกเว้น เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะความติดใจจะก่อให้เกิดอาการดิ้นรนทะยานอยาก ถ้ายังไม่ได้สักคืบก็จะเอาคืบ ถ้าได้คืบแล้วจะเอาศอก ได้ศอกจะเอาวาต่อ เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เมื่อไม่หยุด ไม่ว่าง ไม่วาง จิตก็จะมีการทำงานเข้ากระบวนการต่อภพต่อชาติโดยอัตโนมัติ เหมือนตกอยู่ในห้วงฝันประหลาดที่ไม่อาจตื่นขึ้น เพราะแรงอุปาทานว่าความฝันเป็นเรื่องจริงนั้น จะยึดไว้ หน่วงไว้ เกาะกุมจิตใจของคุณไว้อย่างเหนียวแน่น ฝันครั้งสุดท้ายก่อนตายจะเป็นห่วงเชื่อมต่อกับฝันครั้งต่อไป นี่คือกลไกอันลึกลับของเกมกรรม เห็นได้ครั้งเดียวและไม่อาจกลับมาบอกเล่าให้ญาติพี่น้องฟัง ธรรมชาติกรรมวิบากจะประมวลคะแนนทั้งหมดที่คุณเล่นได้ในเกมกรรมครั้งหนึ่งๆ แล้วตัดสินให้ว่าจะส่งคุณไปเล่นเกมใหม่ต่อกันที่ไหน จิตที่ยังมียางเหนียว ยังมีความยึดติดถือมั่น อยากได้ดี อยากเป็นคนสำคัญในเกมกรรมนั่นเอง จะทำให้คุณหมดสิทธิ์ปฏิเสธการหยุดเล่นเกม อย่างไรก็ดี ประสาทกายนี้เป็นเพียงเครื่องรับ บังคับให้สุขทุกข์เองไม่ได้ และโลกนี้ก็กลาดเกลื่อนไปด้วยเครื่องกระทบร้อนหนาวให้เกิดความอึดอัดไม่สบาย เมื่อใดเกิดความอึดอัดก็จะนำไปสู่ความรังเกียจ อยากหนีไปสู่สภาพที่ดีกว่า หรือไม่ก็อยากปิดเกมด้วยวิธีลัดสั้นคือฆ่าตัวตาย การใช้ชีวิตตามใจอยาก ก็เหมือนการเล่นเกมตามใจชอบ ยากที่คุณจะเล่นได้ดี และคุณจะไม่มีวันเล่นชนะเกมยากๆเพียงด้วยการหวังรอความบังเอิญ ยิ่งสำหรับเกมกรรมอันเป็นของใหญ่มหึมานี้ เล่นยากที่สุดก็คือเล่นอย่างไรให้หยุด เพราะฉะนั้นอย่าฝันว่าจู่ๆคุณจะเดินไปตกช่องแจ็กพอต เป็นผู้โชคดีได้หยุดเล่นเกมกันดื้อๆ ไม่เชื่อลองถามตัวเองดู ว่าให้ทิ้งคนรักและของหวงที่สุดเดี๋ยวนี้ได้ไหม? ให้ไม่หวังจะได้อะไรมาอีกเลยไหวไหม? เสียงของความอาลัยที่ตอบขึ้นมาว่า ไม่ได้!แม้ใกล้ขาดใจตายอยู่รอมร่อนั่นเอง คือความยากเย็นที่สุดที่หยุดคุณไม่ให้เลิกเล่นเกมกรรมสำเร็จ ทุกคนอยากเอาของรักของหวงติดตัวไปโลกหน้า หรือหวังให้โลกหน้าดีกว่านี้ ไม่ต้องเหนื่อยอย่างนี้ ไม่ต้องทุกข์อย่างนี้ แต่นั่นแหละ เกมกรรมไม่ได้รับฟังอุทธรณ์ว่าคุณอยากได้หรือไม่อยากได้อะไร เกมกรรมแค่ดูว่าคุณทำอะไรมา แล้วก็ให้อะไรคืนคุณกลับไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ สิ่งที่คุณจะพกติดตัวไปในเกมหน้าก็มีแต่บุญบาปที่ทำไว้ด้วยอุปกรณ์เล่นเกมปัจจุบัน ไม่มีสมบัติข้าวของหรือลูกเมียคนใดติดตามไปได้เลย

รู้จักเบื้องต้นวิธีถอนจิตออกจากเกม

        ถ้าไม่รู้ตัวว่ากำลังเล่นเกมกรรม คุณก็ไม่มีสิทธิ์เลือกใดๆทั้งสิ้น ต้องเล่นต่ออย่างเดียว แต่เมื่อรู้แล้ว เชื่อแล้ว หรือตระหนักแล้วว่ากำลังเล่นเกมกรรม คุณมีสิทธิ์เลือกที่จะต่อหรือหยุดหากเลือกที่จะหยุด คุณคงต้องมีเหตุผลที่แข็งแรงไว้บอกตัวเองว่าทำไมจึงควรหยุด อันนี้หลักวิธีก็คือเพ่งโทษของการตกอยู่ในเกมกรรมด้วยความไม่รู้ให้มากเข้าไว้ แล้วเห็นค่าของการหยุดเล่นเกมกรรมอย่างละเอียด หมั่นถามตัวเอง ว่าเกมกรรมอยากให้คุณเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ พิจารณาให้รอบด้านก็เห็นจะต้องตอบว่าอยากให้เป็นทุกข์มากกว่าเป็นสุข แต่ขณะเดียวกันก็จะไม่ปล่อยให้คุณต้องทุกข์อย่างเดียว เกมกรรมจะเล่นเอาเถิดเจ้าล่อโดยการส่งเสบียงความสุขและภาพลวงตาล่อใจให้เกิดความหวังมาเป็นระยะๆ อาศัยบุญเล็กใหญ่ที่คุณได้เคยทำเป็นปัจจัยนั่นเอง ขืนเกมกรรมมีให้แต่ทุกข์ เดี๋ยวสรรพสัตว์จะอยากหลีกลี้หนีหน้า เลิกเล่นเกมกรรมกันเสียหมด การหยุดเล่นเกมเป็นอะไรอย่างหนึ่งที่คุณไม่รู้จัก ไม่ใช่ความน่าเบื่ออย่างที่คิด และหาใช่อะไรที่คุณจะจินตนาการขึ้นมาด้วยประสบการณ์อันแคบจำกัดของหูตานี้ แต่อย่างหนึ่งที่พอกล่าวให้อนุมานได้ก็คือเมื่อหยุดเล่นเกมอย่างเด็ดขาด คุณจะไม่ต้องผูกพันกับอุปกรณ์เล่นเกมกรรมใดๆ ไม่ต้องตกอยู่ในภาวะโง่เขลาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัว ไม่ต้องเดินทางไกลอย่างไร้จุดหมายแน่ชัด กับทั้งไม่ต้องสุ่มเสี่ยงเล่นผิดเล่นถูกอีกต่อไป พูดให้ง่ายก็คือ ถ้าคุณเห็นโทษเห็นภัยของการเล่นเกมกรรมให้ชัด แล้วเห็นการหยุดเล่นเกมเป็นการยกตนเองจากห้วงทะเลใหญ่ขึ้นบกอันปลอดภัย คุณจะคิดถึงการหยุดเล่นเกม แค่ตั้งใจหยุดเล่นเกม รากของชัยชนะก็ปรากฏแล้ว อะไรดีๆก็เตรียมพร้อมจะทยอยตามมาแล้ว การตั้งใจหยุดเล่นเกมนั่นแหละคือสิ่งที่คุณคิดไม่ถึง และเมื่อได้คิดก็จะพบว่านี่เองคือเส้นทางแห่งความสุขและการมีชีวิตที่คิดไม่ถึงอย่างแท้จริง เพราะการเลือกหยุดเล่นเกมจะเป็นการเล่นเกมอย่างมีจุดหมายปลายทางครั้งใหญ่ที่สุด อันจะเป็นที่มาของความฉลาดในเกมกรรมโดยรวม ชนิดยิงนัดเดียวได้นกทั้งฝูง หรืออีกนัยหนึ่งคือพยายามเอาชัยแบบหนึ่งเดียวครอบจักรวาล อย่าคิดว่าการหยุดเล่นเกมจะเหมือนกับการฆ่าตัวตายที่จะยุติทุกสิ่งลงเดี๋ยวนี้ คุณยังมีเวลาเสพสุข มีเวลาเรียนรู้ทุกข์ และปล่อยให้ชีวิตคลี่คลายไปตามทางของมันจนกว่าจะสุดทางเอง ขอให้ท่องไว้ว่าการฆ่าตัวตายคือเล่ห์หนึ่งของเกมกรรมที่จะทำให้คุณได้เล่นต่อเกมหน้าอย่างลำบาก ส่วนการหยุดเกมอย่างแท้จริงจะไม่มีเกมหน้าหรือเกมไหนอีกเลย
 เข้าใจหลักวิธี
        คุณกำลังจมอยู่ในแรงดึงดูดของเกมกรรม ถ้าจะเอาชนะแรงดึงดูดอันทรงอำนาจได้ ก็ต้องอาศัยแรงส่งมหาศาลช่วย ถึงจะถีบตัวขึ้นสูงไหว กระทั่งเข้าสู่ภาวะว่างเหนือแรงดึงดูดได้เด็ดขาด แล้วจึงค่อยลอยลำสบาย ไม่ต้องอาศัยแรงส่งใดๆช่วยอีก บาปเหมือนแรงฉุดรั้งหน่วงเหนี่ยว ยื้อแขนยื้อขาคุณไว้กับทรายดูด บุญเหมือนแรงขับดันให้เขยื้อนขึ้นพ้นทรายดูดได้ นั่นหมายความว่าเมื่อใดคุณตั้งมั่นในบุญและเว้นขาดจากบาป จิตคุณค่อยพร้อมทำความเข้าใจขั้นตอนต่อไปอย่างสบาย เหมือนคนขึ้นจากหล่มสามารถเดินทางต่อเมื่อจิตไม่มืดด้วยบาปแปลว่าสว่างด้วยบุญ เมื่อสว่างด้วยบุญย่อมเห็นตามจริงได้ง่าย คือเห็นว่าเกมกรรมเล่นชนะยาก แต่พลั้งเผลอผิดพลาดง่าย เต็มไปด้วยกับดัก ไม่มีคะแนนสะสมใดคงที่ ไม่มีรางวัลใดเป็นของคุณนาน ควรที่จะเบื่อหน่าย คลายความยินดีจากการเล่นเกมกรรมเสีย ความเบื่อหน่ายในที่นี้ไม่ใช่ลักษณะของคนอมทุกข์ แต่ต้องเป็นในแบบคนที่ทรงสติสมบูรณ์ มีความเป็นกลางอยู่เหนือความหดหู่ เหนือความโทมนัส และเหนือความมีใจแห้งทั้งปวง ที่สุดแล้วเมื่อออกจากกรงรั้วของเกมกรรมสำเร็จ คุณจะพบกับ อะไรอีกอย่างหนึ่งที่ไร้รูปรอยเหนือจินตนาการ เหนือรสสุขหวานชื่น และเหนือความสว่างโพลงใดๆในโลกรวมกันเมื่อมองมาจากด้านนอกกรงขังของเกมกรรม คุณจะเห็นความจริงกระจ่างขึ้น เช่นถ้ายังมีความโลภ ติดใจเพศรส ก็ยังตกอยู่ภายใต้อาณัติขององค์กำเนิด ยังต้องเป็นผู้กำเนิดอีก ถ้ายังมีความโกรธ อภัยไม่ได้หรือเมตตาไม่พอ ก็ยังตกอยู่ภายใต้อาณัติของความผูกเวร ต้องเป็นผู้ตามใช้เวรกันอีกและสุดท้าย ถ้ายังมีความหลง เปิดความรับรู้ตามจริงไม่ได้ ฆ่าความมืดไม่ได้ มีจิตส่องสว่างเป็นไทแก่ตัวไม่ได้ ก็ยังต้องตกอยู่ภายใต้อาณัติของเกมแห่งความไม่รู้ เกมแห่งการลวงประสาทเรื่อยไป ผู้ใดกำจัดความโลภ ความโกรธ และความหลงเสียได้ ก็ย่อมยืนอยู่เหนือเกมกรรมได้อย่างสง่าผ่าเผย เป็นผู้ปลอดภัย เป็นผู้อยู่นอกกรงขัง ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยอย่างสูญเปล่าอีก
เล่นเกมรักษาสัตย์
          หลังทำความเข้าใจหลักวิธีแล้ว คุณควรค่อยๆถอยห่างจากแรงดึงดูดของเกมกรรมด้วยการรู้จัก ทำตัวออกห่างจากกามเสียบ้าง ขอให้สัญญากับตัวเองว่าหนึ่งเดือนจะเว้นขาดจากเพศสัมพันธ์และการสำเร็จความใคร่เป็นเวลา ๔ วัน เลือกเอาวันสะดวกวันไหนก็ได้ในสัปดาห์ ควรให้เป็นวันเดียวกัน เพื่อมีกำหนดระยะที่ชัดเจน หมายความว่าในวันที่กำหนดนั้น คุณจะมีหรือไม่มีอารมณ์เพศก็ไม่มีสิทธิ์ตามใจตัวเอง เมื่อสัญญากับตนเองในข้อนี้ ขอให้ตระหนักว่าคุณกำลังเล่นอยู่กับแรงดึงดูดที่มีอำนาจสูงสุดในเกมกรรม ถ้าทำได้ตามกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ เช่น ๓ เดือนหรือ ๖ เดือน ก็แปลว่าคุณต่อสู้กับอำนาจบีบคั้นไป ๑๒ หรือ ๒๔ ครั้ง คุณจะพบว่าในสิบหรือยี่สิบกว่าครั้งดังกล่าว มีหลายคราวที่เกิดความต้องการอย่างรุนแรง เพราะอย่างที่บอกว่าคุณกำลังคิดจะฝืนแรงดึงดูด หากผ่านด่านได้สำเร็จแต่ละครั้ง ขอให้สังเกตว่าคุณจะมีความเข้มแข็งมากขึ้น มีอำนาจควบคุมตนเองมากขึ้น และเหมือนอยู่เหนือกามได้บ้างแล้ว จากที่ไม่เคยคิดจะอยู่เหนือมันมาก่อน มีแต่ยอมอยู่ใต้อิทธิพลของมันมาตลอด ขอให้สังเกตดีๆ ไม่ว่าคุณจะตั้งใจรักษาศีล ๕ หรือเริ่มเกมรักษาสัตย์อันดูเหมือนง่ายแต่เล่นยากนี้ เกมกรรมจะส่งบุคคลหรือสถานการณ์ยั่วยวนชวนให้ผิดสัญญามาหาคุณเสมอ อาจจะในรูปของคำพูด อาจจะในรูปของภาพเสียงชวนหวิวไหว อาจจะในรูปของเนื้อหนังกระทบกระทั่งโจ่งแจ้ง หรือถ้าไม่มีอะไรเลยก็เป็นจินตนาการร้อนแรงที่จู่ๆก่อตัวขึ้นมาเฉยๆในหัวคุณเอง อย่ากดข่มแบบกัดฟันกรอดๆ ขอให้ตั้งสติดีๆ และสังเกตแบบสบายๆ คุณจะเห็นและอัศจรรย์ใจกับมายาของเกมกรรม ช่วงแรกที่ฝืนใจต้านจะทรมาน เต็มไปด้วยความคันคะเยอ และเหมือนจะลืมเหตุผล มองไม่เห็นความจำเป็นว่าทำไมจะต้องมัวทรมานตัวเองอย่างนี้ แต่หากข่มใจผ่านช่วงวิกฤตไปได้ คุณจะพบกับความจริงคือแรงของกามนั้นมีหนักได้เบาได้ และเมื่อเบาจะเบายาว ไม่เหมือนปวดอุจจาระแล้วต้องระบายออกท่าเดียวรางวัลของการรักษาสัจจะได้สำเร็จคือความเบาเนื้อเบาตัว ปลอดโปร่งโล่งใจ กับทั้งเกิดขันติ คือมีความอดกลั้น มีความแน่วแน่ และมีความคลายวางในกาม พิสูจน์ตัวว่าเป็นมือใหม่พยายามเลิกเล่นเกมกรรมได้ระดับหนึ่ง
เปลี่ยนฐานะผู้เล่นเป็นคนดู
       เมื่อไม่ศึกษาวิธีเลิกเล่นเกมกรรม เมื่อไม่รักษาสัตย์ที่จะตีตัวออกห่างจากกามเสียบ้าง คุณจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้เล่นเกมอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเกมกามหรือเกมโกรธ คุณทุ่มใจเล่นเต็มที่ และเกิดความปักใจว่าคุณจะต้องมีชีวิตอยู่ในฐานะผู้เล่นเท่านั้น แต่เมื่อฝึกรักษาสัตย์ จนควบคุมระดับกามได้ตามกำหนด คุณจะเริ่มเห็นต่างไป คือถ้าเกิดอารมณ์ทางเพศแล้วมีสติเท่าทัน ไม่ปล่อยตามอารมณ์ทันทีที่มีโอกาส อารมณ์เพศจะแสดงความไม่เที่ยง มีขึ้นได้ก็มีลงได้ของมันเอง ขอเพียงทำความเข้าใจ ว่าอารมณ์เพศเป็นสิ่งที่ถูกเห็น และสิ่งที่เห็นอารมณ์เพศคือจิต ต่อๆมาคุณจะเริ่มเห็นตามจริงมากขึ้น คืออารมณ์เพศกับจิตจะเป็นต่างหากจากกันอย่างชัดเจน จิตมีภาวะปลอดโปร่งสบาย มีธรรมชาติรู้อยู่เห็นอยู่ ส่วนอารมณ์ทางเพศอาจคืบคลานมาปรากฏด้วยธรรมชาติหยาบๆทางกาย เป็นคนละภาวะ เป็นคนละมิติกัน ในที่สุดคุณจะพบว่าอารมณ์เพศไม่ใช่ตัวคุณ แต่เป็นสภาวะหนึ่งที่เกิดขึ้นให้รู้สึกว่าเป็นตัวคุณ โดยเฉพาะในชั่วขณะที่คุณยอมหลงมันหัวปักหัวปำจนโงไม่ขึ้น เมื่อสามารถเปลี่ยนฐานะตัวเองจากผู้เล่นเป็นคนดูได้เพียงเท่านี้ คุณจะเริ่มเห็นอะไรๆแตกต่างไปจากเดิมมาก อย่างน้อยก็ได้คิดว่าการที่คนเราต้องติดคุกหรือกระทั่งถูกประหารด้วยคดีข่มขืน แท้จริงไม่ได้เกิดจากความชั่วช้าเป็นปฐมเหตุ แต่เกิดจากกามราคะในธรรมชาติอันยากจะห้ามใจต่างหาก เมื่อคนเรามีมโนธรรมไม่มากพอจะต้านแรงฝ่ายต่ำ ก็พร้อมทำอะไรๆผิดพลาด และบางทีต้องชดใช้ความผิดพลาดกันด้วยชีวิตทั้งชีวิต! 
เตรียมตายอย่างโสดาบัน
       หลังจากฝึกมองสภาพจิตของตนเองเมื่อให้ทานและรักษาศีล ตลอดจนเขยิบขึ้นมารักษาสัตย์และฝึกเป็นคนดูแทนการเป็นผู้เล่นได้ระยะหนึ่ง คุณจะพบว่าตนเองกำลังหันหลังให้กับเกมกรรมอย่างช้าๆ คุณยังทำดีอยู่ แต่ความดีนั้นไม่ได้เป็นไปเพื่อต่อเกม ทว่าเป็นไปเพื่อหยุดเกม คุณยังเสวยสุขในกามอยู่ แต่จะมีภาคหนึ่งที่ตระหนักว่านั่นไม่ใช่ความสุขอันเลิศลอยสักแค่ไหน คุณยังโกรธได้ แต่จะหายเร็วและไม่เห็นประโยชน์กับการผูกใจเจ็บนานๆ คุณยังหลงผิดหลงพลาดอยู่ แต่จะไม่มีเมฆหมอกใดมาห่อหุ้มจิตให้มืดทึบเกินกว่าจะรู้สึกตัวได้ในภายหลัง ทั้งนี้เพราะผู้ตั้งจิตให้อยู่ในทิศทางทำคะแนนบวก มีจุดหมายปลายทางแน่ชัดว่าเป็นไปเพื่อหยุดเล่นเกมแล้วนั้น จะมีอนุสติอย่างหนึ่ง เหมือนใจบอกตัวเองว่าต้องบ่ายหน้าหนีจากศูนย์กลางแรงดึงดูด ไม่ใช่ปล่อยทอดหุ่ยให้ถูกดูดกลับไปเต็มตัวเหมือนเคยๆ ตามกฎของเกมกรรม ผู้เที่ยงที่จะออกจากเกมกรรมได้นั้น อย่างน้อยจะต้องเห็น ความว่างจากเกมเสียก่อน จึงประกันว่าไม่หลงทางออกจากเกมแน่ รู้วิธีออกจากเกมอย่างถูกต้องแน่ ความว่างจากเกมก็คือความว่างจากกฎแห่งกรรมวิบาก ว่างจากสภาพอันถูกปรุงแต่งขึ้นด้วยกรรม ไม่มีการประชุมกันของธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ ไม่มีกระทั่งสภาพการรับรู้อันเกิดจากตากระทบรูป หูกระทบเสียง ความว่างจากการตกแต่งด้วยกรรมวิบาก ก็คือความว่างจากความไม่แน่นอน ว่างจากอันตราย ว่างจากความเปียกปอนด้วยบาป กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความว่างจากการตกแต่งด้วยกรรมวิบาก ก็คือความเที่ยงแท้แน่นอน คือความปลอดภัยถาวร คือบกอันแห้งสนิทจากบาป ตลอดจนมีความวิเศษอยู่เหนือบุญ ความว่างอันเป็นที่สุดของรสดังกล่าวนี้ จะสมมุติชื่อเรียกอย่างไรก็ได้ ถ้าสำหรับคนพุทธแล้ว ความว่างนี้เรียกว่า นิพพานผู้ที่เห็นนิพพานได้เป็นครั้งแรกเรียกว่า โสดาบันการเป็นโสดาบันนั้น ก็คือการเป็นผู้ปรับจิตปรับใจให้พร้อมจะเข้าสู่ภาวะโพล่งเฉียบพลันเห็นนิพพาน และวิธีที่จะปรับจิตปรับใจดังกล่าว ก็คือการให้ทาน ถือศีล และเปลี่ยนตนเองจากผู้เล่นเป็นคนดู ดังที่แสดงมาตามลำดับ หลังจากเห็นนิพพานแล้ว คุณจะไม่คิดอีกเลยว่ามีตัวตนถาวรอยู่ที่ไหน ถึงแม้คุณจะยังหลงโลภ หลงโกรธ และหลงรู้สึกว่ามีตัวคุณอยู่เดี๋ยวนี้ แต่ก็จะไม่หลงเห็นผิดว่าส่วนใดส่วนหนึ่งของกายเป็นตัวคุณ เพราะเห็นชัดว่ามันเป็นแค่การประชุมรวมของธาตุ ๔ และคุณจะไม่เห็นกระทั่งจิตใจตัวเองเป็นตัวคุณ เพราะเห็นชัดว่าอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด และแม้กระทั่งการรับรู้ต่างๆ มาด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วต้องดับลงเป็นธรรมดา พูดง่ายๆว่าสภาพธรรมอันประกอบกับจิตของคุณทั้งหลายล้วนแปรปรวนไปเรื่อยๆ เป็นสภาพที่ไม่ซ้ำกับสภาพเดิมสักชุด เมื่อเป็นอิสระจากการปิดบังของกายใจ จิตคุณจึงโพล่งทะลุออกไปเห็นอะไรอีกอย่างหนึ่งที่อยู่นอกขอบเขตของกายใจ เป็นธรรมชาติบริสุทธิ์อันแตกต่างจากทุกสิ่งที่คุณเคยรับรู้ และเมื่อเห็นนิพพาน คุณเห็นด้วยสติ เห็นด้วยจิตที่ทรงอุเบกขา ไม่ได้เห็นด้วยอาการหลงเข้าข้างตัวเอง ไม่ได้กำลังยืนอยู่ข้างกิเลส ไม่ถูกครอบงำด้วยโมหะ ดังนั้นจึงไม่สงสัยอีกเลยว่านิพพานมีจริงไหม และด้วยวิธีอย่างไรจึงสามารถเห็นนิพพานได้ เมื่อเห็นแบบประจักษ์ คุณจึงไม่สงสัยด้วยว่าคนอื่นเห็นได้อย่างคุณไหม ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือใครเป็นผู้นำวิธีเห็นนิพพานมาเปิดเผย คนนั้นย่อมเป็นผู้มีพระคุณสูงสุด ได้แก่พระศาสดาของพุทธ ซึ่งองค์ปัจจุบันคือสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า โคดมเมื่อเป็นโสดาบันบุคคล คุณจะยังอยู่กับลูกเมียได้เหมือนชาวบ้านชาวเรือนอื่นๆ คุณยังดูหนังฟังเพลงได้ คุณยังไม่ต้องเลิกคบกับเพื่อนเก่า คุณทำทุกอย่างได้ตามปกติ สิ่งที่ผิดไปคือคุณจะไม่ยืนอยู่ข้างบาปอันเกิดจากการผิดศีลอีกเลยจนชั่วชีวิต ซึ่งนั่นก็หมายถึงการปิดอบายตลอดกาล เนื่องจากไม่มีเหตุสมควรให้ต้องตกต่ำลงไปรับโทษในกำเนิดนรก กำเนิดเดรัจฉาน และกำเนิดเปรตอีกแล้ว หากยังไม่ใช่โสดาบันบุคคล ก็ยังมีความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะทำบุญสั่งสมคะแนนบวกมาแค่ไหนก็ตาม เพราะปุถุชนยังมีความประมาทได้ ถูกโมหะครอบงำได้ตลอดเวลา การเป็นโสดาบันไม่ใช่ประกันได้เฉพาะแค่ชาติหน้า ชาติถัดๆไปจนถึงนิพพาน คุณก็จะไม่ต้องพลาดลงต่ำกว่าความเป็นมนุษย์อีกแล้ว คือต่ำที่สุดแค่มนุษย์ สูงที่สุดแค่พรหม พ้นจากนั้นคือถึงนิพพานอันปราศจากการข้องเกี่ยวกับภพน้อยใหญ่ทั้งหลาย หากคุณไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะทำได้ ยังไม่มีกำลังใจแก่กล้าพอจะตั้งสติดูกายใจโดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตน ก็มีทางลัดง่ายๆอีกทางหนึ่ง คือเตรียมตัวตายอย่างโสดาบัน วิธีเตรียมตัวนั้น ไม่ใช่ระหว่างมีชีวิตคุณไม่ต้องทำอะไรเลย อย่างน้อยก็ต้องให้ทานรักษาศีลถึงระดับที่จิตใจเปิดกว้างสบายและปลอดโปร่งสะอาดสะอ้านระดับหนึ่ง จากนั้นเชื่อมั่นศรัทธาในพระพุทธเจ้าว่าพระองค์รู้จักนิพพานจริง ทราบทางไปนิพพานจริง คุณยึดศาสดาองค์เดียวเป็นสรณะ ไม่หวังมีที่พึ่งอื่นอีก คุณควรสำรวจอยู่เรื่อยๆ ว่าถ้าให้ตายตอนนี้ จิตจะคิดห่วงหน้าพะวงหลังถึงอะไรบ้าง ก็ฝึกพิจารณาเสีย ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่เที่ยง มีอันต้องเสื่อมสลายไปแม้ขณะที่คุณยังไม่เลิกหวงแหนอยู่นั่นเอง ฝึกหยอดความคิดสะสมความปล่อยวางวันละเล็กวันละน้อย อย่าดูถูกการได้คิดเล็กๆน้อยๆ เพราะเมื่อสั่งสมมากแล้ว การได้คิดจะกลายเป็นการ 'คิดได้' แบบตกผลึกเต็มภูมิเมื่อปล่อยวางเล็กๆน้อยๆได้ ก็เขยิบขึ้นมาปล่อยวางอย่างใหญ่ขึ้นอีกหน่อย อาศัยหลักความจริงที่ว่าถ้าจะเป็นพระโสดาบัน ต้องเห็นกายใจนี้โดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่น่ายึดมั่นถือมั่น เราก็ค่อยๆฝึกดูความจริงวันละนิด เช่น เมื่อนอนเหยียดกายยาวก่อนหลับ ให้สมมุติว่านั่นเป็นนาทีสุดท้ายของชีวิต พอจะตายจริงก็ต้องทอดนอนอย่างนี้ และเตรียมเผชิญภาวะลมหายใจขาดสูญไปจากกายเช่นนี้ การสมมุติเช่นนั้นถ้าทำครั้งสองครั้งจะเหมือนจินตนาการเล่น ไม่เกิดผลอะไร แต่ถ้าทำสม่ำเสมอ ก็จะเป็นการซักซ้อมอารมณ์ก่อนตายได้จริงๆ คือเมื่อมาถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต จะเหมือนคุณคุ้นเคยและพร้อมเผชิญหน้ากับทุกสิ่งตามที่ได้ซักซ้อมไว้แล้ว ธรรมดาลมหายใจมีทั้งเข้าออกและขาดหายอยู่ตลอดเวลา เวลาจะตายก็เพียงเข้าออกครั้งสุดท้ายแล้วไม่มีการเข้าอีกเลยชั่วนิรันดร์ ขอให้ถือความจริงนั้นแหละเป็นเครื่องพิจารณา ทุกคืนคุณดูลมหายใจเตรียมตัวตายครั้งเดียวพอ คือมีสติลากลมหายใจเข้า แล้วเห็นตามจริงว่าเราไม่ใช่เจ้าของลมหายใจเข้า เราบังคับให้มีแต่ลมหายใจเข้าไม่ได้ เรารักษาลมหายใจเข้าไว้ตลอดไปไม่ได้ จากนั้นมีสติระบายลมหายใจออก แล้วเห็นตามจริงว่าเราไม่ใช่เจ้าของลมหายใจออก เราบังคับให้มีแต่ลมหายใจออกไม่ได้ เรารักษาลมหายใจออกไว้ตลอดไปไม่ได้เอาแค่นั้นพอแล้ว เห็นลมหายใจ เห็นความจริงของลมหายใจ ทุกคืนขอเพียงชั่วขณะเดียวที่คุณเกิดความรู้สึกว่างจากตัวตน ความว่างชนิดนั้นจะขยายชัดขึ้นเรื่อยๆ เป็นอิสระจากความเกาะเกี่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นเชื้อเพลิงสำหรับขับเคลื่อนไปสู่ความตายอย่างโสดาบันได้เต็มพิกัด หากคุณมีเวลาเหลืออีก ๑๐ ปีเพื่อเตรียมตัวตายด้วยวิธีดูลมหายใจคืนละหนึ่งครั้งก่อนนอน คุณจะสะสมความว่างจากตัวตนได้ ๓,๖๕๐ ครั้ง ซึ่งก็ทรงพลังพอใช้แล้ว ที่เป็นเช่นนี้ เพราะความว่างจากอัตตาในนาทีที่จิตกำลังจะเปลี่ยนภพนั้นมีผลสำคัญใหญ่หลวง ภาวะก่อนตายจะเป็นตัวช่วยให้รู้สึกชัดอยู่แล้วว่าเดี๋ยวต้องไปแน่ ไม่มีอะไรให้มือนี้กำได้อีก ความเด็ดเดี่ยวเฉพาะหน้าจึงเกิดขึ้น เมื่อปราศจากความห่วงหน้าพะวงหลัง แถมไม่รู้สึกว่าลมหายใจที่กำลังจะขาดจากกายเป็นสมบัติของเรา จิตก็มีสิทธิ์สงบรวมลงถึงฌานด้วยอาการปล่อยวางได้ในช่วงสั้นๆ ตรงนั้นแหละที่ภาวะแบบโสดาบันจะปรากฏ คือคุณจะเห็นนิพพานอันปราศจากนิมิต ปราศจากรูปรอยใดๆ หมดจากภาวะรับรู้เช่นนั้นก็จะตระหนักว่าประตูอบายปิดสนิทเด็ดขาดแล้ว มีแต่ความสว่างโพลงทั่วตลอดแล้ว
เงื่อนไขของเกมกรรมมีอยู่นิดเดียว เพื่อจะเป็นโสดาบันได้นั้น ชาตินี้คุณห้ามฆ่าพ่อแม่ ห้ามฆ่าพระอรหันต์ แล้วถ้าคุณเป็นพระก็ห้ามทำให้สงฆ์ในวัดแตกกัน เพราะบาปหนักเหล่านี้จะจำกัดสิทธิ์ไม่ให้จิตเข้าถึงความผนึกแน่นเป็นฌานก่อนตาย ซึ่งเท่ากับปิดกั้นไม่ให้มีทางเห็นนิพพานไปด้วย
        วิธีง่ายที่สุดที่จะทำความเข้าใจ ว่าคุณเป็นอะไร และกำลังทำอะไร ก็คือการตีแผ่ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เป็นเกม เมื่อมองชีวิตเป็นเกม คุณจะเห็นรายละเอียดชัดเจนขึ้น เช่นองค์ประกอบของเกมมีอุปกรณ์การเล่น มีคะแนนสะสม มีการติดหนี้ มีแรงบีบคั้น มีแรงต้าน มีตัวแปรในการให้ผล มีวิธีเล่นอย่างฉลาด มีวิธีขอถอนตัวออกจากเกม มีการเลือกตัดสินใจว่าจะเล่นต่ออย่างไรหรือเลิกเมื่อไหร่ มีลำดับขั้นการคลี่คลายเกมเป็นเปลาะๆ ฯลฯ
เมื่อทำความเข้าใจเกมเป็นอย่างดี คุณจะเลิกเล่นเกมด้วยอารมณ์ แต่จะใช้เหตุผลและสติยั้งคิดมากขึ้น และเมื่อเล่นเกมจนเห็นเงื่อนไขของกรรมและผลกรรมอย่างจะแจ้ง คุณจะเป็นหนึ่งในผู้ชนะในเกมที่เกือบไม่เคยมีใครเล่นชนะมาก่อน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือคุณสามารถออกแบบชีวิตใหม่ตามที่อยากให้เป็น ไม่เอาแต่ให้ชีวิตบอกว่าคุณจะต้องเป็นอย่างไร แม้จะไม่อ้างอิงถึงพระพุทธเจ้าในระหว่างบรรทัดใด ก็ขอให้เข้าใจว่าความรู้ทั้งเล่มได้มาโดยตรงหรือโดยอ้อมจากเทศนาธรรมอันเป็นอมตะของพระองค์ ผู้เขียนขอกราบอภิวาทพระศาสดาด้วยชีวิตผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับ การดำเนิบชีวติที่ควบคู่กับศาสนาพุทธ แม้ไม่รู้จักศาสนาพุทธ มนุษย์ก็รู้ได้ด้วยตนเองว่าเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่...
เมื่อทำกรรมดำขาวก็ย่อมต้องเสวยผลเป็นร้ายดีตามเหตุปัจจัย... ?
        เนื่องจากมีอำนาจศาลรับรองรายละเอียดปลีกย่อยในการใช้ชีวิตคู่มากมาย เช่นการแบ่งทรัพย์สินหลังถูกฟ้องหย่าเพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีชู้...  
        ลำดับขั้นในการเปลี่ยนแปลงชีวิต ถ้าการเปลี่ยนกรรมทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลง ก็แสดงว่าคุณกำลังอยู่ในเกมกรรมจริงๆ
 ความแน่นอนที่เหมือนไม่แน่นอน
          อะไรก็ตามที่ถูกตกแต่งด้วยกฎแห่งกรรมวิบากจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นอื่นเสมอ แต่กฎแห่งกรรมวิบากจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยสิ้นกาลนาน ทั้งนี้เพราะกฎแห่งกรรมวิบากนั่นเองคือเกมกรรมทั้งเกม ไม่ว่าคุณจะทิ้งเกมกรรม หลุดพ้นจากกรงรั้วของเกมกรรมไปนานแสนนานแค่ไหน จะยังคงมีใครหลายคนตกค้างอยู่อย่างเดิม ถูกเล่นงานด้วยกฎเดิมๆ ถูกบีบคั้นด้วยเครื่องล่อใจเดิมๆ ต้องออกแรงต้านล้มลุกคลุกคลานด้วยท่วงท่าเดิมๆ ด้วยรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ โดยไม่มีใครจำใครได้ ไม่มีใครสลักสำคัญพอจะมีชื่อบนเสาสลักต้นใดในเกมกรรม ชื่อแซ่และหน้าตาของทุกคนจะโดนลบทิ้งไปทั้งหมดไม่หลงเหลือแม้เป็นร่องรอยความทรงจำของใครและแค่คุณมาตามทิศที่จะนำไปสู่ทางออกจากเกมกรรมแล้วระยะหนึ่ง มองย้อนกลับเข้ามาถึงใจกลางเกมกรรมอันหนาแน่นด้วยสนามพลังดึงดูดให้ลงต่ำ คุณจะได้ข้อสรุปประการหนึ่ง คือเกมกรรมเล่นยากที่สุดก็ตรงจะให้ผู้เล่นเชื่อว่าเกมกรรมมีจริง และกฎเหล็กของเกมกรรมก็มีจริง เพียงเชื่อได้ว่าเกมกรรมไม่ใช่เรื่องหลอก ทางออกก็เหมือนแง้มเปิดบ้างแล้วแต่ก็นั่นแหละ ถ้าเกมเล่นง่าย ทุกคนคงหลุดพ้นจากกรงของเกมไปหมดแล้ว คุณจำเป็นต้องเชื่อจากการเห็นผลลัพธ์ และการเห็นผลลัพธ์ก็ทำให้คุณพบกับเบื้องหลังเกมกรรมที่ถูกเปิดเผยขึ้นเรื่อยๆ ถ้าทำดีแล้วได้ดีในนาทีเดียว ทุกคนคงไม่สงสัยว่าผลกรรมมีหรือไม่มี แต่นี่ปัจจัยและตัวแปรในการให้ผลในเกมกรรมซับซ้อนเหลือเกิน และผลกรรมส่วนใหญ่ก็มาช้าเหมือนไม่มีวันมาถึง อาการคอยหายจะทำให้คุณหมดแรงศรัทธา เมื่อทำแล้วไม่ได้ผลทันใจ เมื่อไม่มีใครพยากรณ์ได้ชัดเจน คุณจะรู้สึกเหมือนกฎแห่งกรรมวิบากไม่มีจริง อันนั้นมิใช่มายาลวงของเกมกรรม แต่เป็นเงื่อนไขการให้ผล ดังได้แสดงแล้วในบทที่ ๑๐ ว่าด้วยการให้ผลของกรรมซึ่งสัมพันธ์กับทุนเก่าของแต่ละคน ฉะนั้นถ้าจะรอผลอันใด ก็ขอให้แน่ใจว่าเป็นผลที่สมกับตัว สมกับทุนเก่าของคุณ ผลก็จะปรากฏเป็นที่ประจักษ์สมน้ำสมเนื้ออย่างแน่นอน
สรุปว่าถ้าทำบุญแล้ว ได้ดีแต่ ไม่ใช่อย่างใจก็อย่าเพิ่งไปโทษบุญ ผลบุญก็อย่างหนึ่ง จะเอาให้ได้ดังใจก็อีกอย่างหนึ่ง ส่วนที่เหลือของบทนี้จะมุ่งให้สังเกตความแตกต่างหลังจากที่คุณเข้าใจเกมกรรม สมัครใจให้ทานรักษาศีล ตลอดจนตกลงปลงใจหยุดเล่นเกมกรรม
ความรู้สึก
         หากคุณเลิกคาดหวังผลแบบคนอยากถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ ๑ แต่คาดหวังความสุขทางใจเป็นที่หนึ่ง คุณจะเห็นผลทันทีที่ทำบุญอย่างบริสุทธิ์ใจเพียงเล็กน้อย เช่นไปเดินเล่นริมสระ เห็นคนให้อาหารปลาก็ไปซื้อมาให้บ้าง ความรู้สึกของคุณจะแตกต่างไปจากการเดินเล่นเปล่าๆในทันทีนั้นเอง คือนอกจากความสบายใจที่ได้เดินเล่น ยังแถมความชุ่มชื่นเข้ามาด้วย แต่อาจเจือจางและไม่ชัดเจนหากสายตาคุณไม่ดูปลา และใจคุณไม่จดจ่ออยู่กับการให้อย่างต่อเนื่อง หากคุณฝึกสังเกตความจริงจนกระทั่งเกิดความฉลาดในเกมกรรม เวลาให้ทานมีใจอ่อนน้อม เล็งตาดู และเทใจให้ ไม่สักแต่ให้ด้วยความเคยชินหรือท่าทีเฉยเมยแบบหุ่นยนต์ คุณจะหาความสุขจากการให้ด้วยใจรักได้ทุกที่ทั่วโลก เช่นเดียวกับการถือศีลแต่ละข้อ ถ้าหมั่นสังเกตใจตนเอง คุณจะเห็นความสุขทวีตัวมากขึ้นทุกวัน เมื่อมีแต่ความรู้สึกด้านดี อบอุ่นใจ สบายใจ คุณก็จะเลิกกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต ต่อให้ชีวิตเหมือนเข้าตาจน คุณก็จะไม่จนใจแต่อย่างใดเลย นี่แหละเรียกว่าเป็นสุขจนชีวิตแตกต่างกัน เพราะแม้ความยากจนและสถานการณ์ลำบากก็ขโมยความสุขไปจากใจคุณไม่ได้เมื่อเผชิญกับสถานการณ์อันน่าเป็นทุกข์ คุณก็ยังยิ้มได้ แม้สำรวจกระเป๋าพบว่าเงินหาย แต่สำรวจในอกในใจแล้ว เพียงพบว่าความสุขยังอยู่กับคุณ คุณก็ยิ้มออก และจะได้ข้อสรุปเยี่ยงคนเคยทำบุญว่า ถ้าไม่เคยบริจาคหนึ่งพัน คุณจะไม่มีวันรู้วิธีทำเงินหายหนึ่งพันด้วยความสบายใจได้เลย
 จิต
         เมื่อคุณสามารถรักษาสัญญากับตนเอง เช่นตั้งใจรักษาศีลแล้วรักษาได้แม้เกมกรรมจะส่งเรื่องยั่วยวนชวนเสียสัตย์ให้ลองใจ สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดในระยะสั้นคือจิตจะเบา อบอุ่น สว่างจากภายใน แล้วรู้สึกไว้ใจตัวเอง เห็นตนเองเป็นคนที่ไว้ใจได้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็อาจยังมีช่องโหว่ทางความรู้สึก คือกลับไปกลับมาได้ ท้อแท้ได้ ลังเลสงสัยหวั่นไหวได้ หวนไปเชื่อเสียงกระซิบจากกิเลสได้ ถ้าไม่ถอดใจถอยเท้าไปเสียก่อน ให้กำลังใจตัวเองในการรักษาความดีได้นานพอ ในระยะยาวคุณมองเข้ามาข้างในทีไร จะเห็นแต่ความตั้งมั่น ไม่เอาเรื่องผิดๆตั้งแต่ในมุ้ง คือไม่ต้องชั่งใจคิดว่าเอาดีหรือไม่เอาดี ขอเพียงเป็นเรื่องผิดศีล จิตคุณก็ปฏิเสธหมดแล้ว ถึงขั้นนั้นคุณจะรู้สึกว่าจิตใจสงบเยือกเย็น ความคิดด้านร้ายแม้มีอยู่ก็เบาบางลงมาก สามารถควบคุมความคิดได้ง่ายขึ้น และไม่กลัวเสียงกระซิบในหัวอันร้ายกาจจากภาคความเป็นคนเลวของคุณเอง เพราะตระหนักว่าตัวคุณจริงๆยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม จิตคุณเหมือนอุปกรณ์เครื่องใช้คุณภาพดี แข็งแรงทนทาน ซึ่งไม่น่ากังวลว่าจะเสียหายเองหรือถูกสิ่งอื่นกระทำให้เสียหายง่ายๆ
เมื่อฝึกต่อยอดอีกเพียงนิดเดียว คุณจะเริ่มฉลาดทางจิตมากขึ้นทุกวัน เช่นเห็นถนัดชัดว่าความฟุ้งซ่านก่อเค้าพายุมาจากการเผลอพูดเรื่องไม่ดีของคนอื่นด้วยจิตคิดนินทาว่าร้าย ครั้งต่อมาเพียงเห็นจิตคิดนินทาว่าร้ายปรากฏขึ้น สติก็ระลึกได้ว่านั่นเป็นเหตุแห่งทุกข์ เป็นเหตุแห่งสภาพจิตแย่ๆ ความอยากนินทาว่าร้ายก็หายไป ความฟุ้งซ่านก็ไม่เกิด นั่นแหละเรียกฉลาดครบวงจร คือไม่ใช่แค่สักแต่เข้าใจ ทว่ามีสติเท่าทันและห้ามใจได้ก่อนสายด้วย ผู้มีความฉลาดทางจิตย่อมมีจิตที่สงบ หนักแน่น และรู้เห็นโลกอย่างเที่ยงตรง อะไรจะมีค่าไปกว่าการมีจิตที่ดีขึ้น ในเมื่อจิตคือสิ่งที่คุณต้องทนรำคาญหรือชื่นชมยินดีอยู่ตลอดวันตลอดคืน และจิตนี่เองเป็นต้นเค้าของกรรมทั้งปวง เมื่อจิตสว่างย่อมปรารถนาที่จะทำกรรมขาว สุคติย่อมเป็นที่หวัง เมื่อจิตมืดย่อมใคร่ที่จะทำกรรมดำ ทุคติย่อมเป็นที่หวังสรุปคือขอเพียงจิตคุณดีอย่างเดียว อะไรอย่างอื่นที่จะตามมาก็ดีหมด หากการเปลี่ยนแปลงของคุณเข้าลึกมาได้ถึงจิต ก็แปลว่าทั้งปัจจุบันและอนาคตไม่มีอะไรน่าห่วงอีกแล้ว
หน้าตา
         เค้าโครงรูปร่างหน้าตาของคนเราไม่ได้คงเส้นคงวาตายตัวอย่างที่คิด แม้อาหาร อากาศ การออกกำลังกาย ก็สามารถเปลี่ยนแปลงคุณขนาดเห็นเงาตัวเองในกระจกแล้วแปลกใจได้บ่อยๆ กรรมก็เช่นกัน คุณเปลี่ยนกรรมหน้าตาก็เปลี่ยนตาม โดยเฉพาะในเรื่องของศีลจะเห็นผลชัดรวดเร็ว คือต่อให้คุณเป็นคนผิวดำ เมื่อรักษาศีลได้สะอาดสักระยะ กระทั่งรู้สึกตั้งมั่นในศีล จะเหมือนมีรัศมีความขาวทอตัวออกมาจากภายใน ผิวคุณจะดูขาวขึ้นจนคนอื่นทัก
หากคุณมองคนด้วยความคิดที่ดี จิตเป็นเมตตา ไม่มองด้วยอาการหมิ่น ไม่มองด้วยเลศนัย ไม่มองด้วยความเป็นปรปักษ์ ไม่มองด้วยความระลึกถึงเวรที่ผูกกันมา นัยน์ตาคุณจะมีประกายชวนมองมากขึ้น รวมทั้งรูปตาอาจเต็มขึ้นกว่าเดิม หากคุณทำบุญด้วยจิตเลื่อมใสขนาดยิ้มได้เต็มปาก ไม่ลังเลที่จะยิ้มชื่นใจในห้วงที่จิตเป็นบุญเป็นกุศล และจดจำจิตที่คิดยิ้มจริงใจสดใสนั้นได้ แจกยิ้มให้ใครต่อใครง่ายๆด้วยไมตรีจิตบริสุทธิ์ รูปปากและกล้ามเนื้อบนใบหน้าทั้งหมดจะถูกตกแต่งให้เป็นยิ้มงามทั่วตลอด ยิ่งหากฝึกพูดความจริง พูดคำอันเสนาะโสต พูดคำสมานฉันท์ และพูดอย่างมีสติ ไม่พูดให้เกิดจิตที่บิดเบี้ยว ปากก็จะอยู่ในรูปรอยปกติที่ดูดีที่สุด ไม่เบี้ยวบิดผิดรูปไป หากคิดทำเพื่อคนอื่น อยากอนุเคราะห์ อยากเกื้อกูล อยากให้เขาได้ดีมีสุข ขอให้สังเกตรัศมีความรู้สึกไปด้วย จะเหมือนสว่างเรืองออกมาจากภายใน สังเกตเรื่อยๆ ยิ่งทำถี่ ยิ่งทำมาก รัศมีเรืองจากภายในจะยิ่งชัดจนบอกตัวเองได้อย่างหนักแน่นว่ามิใช่อุปาทาน ผิวหนังและกรอบหน้าของคุณจะฉายรัศมีเดียวกับที่คุณรู้สึก และคนอื่นก็จะรู้สึกตาม แต่ช่วงใดใจร้าย ใจจืดใจดำสักพัก รัศมีความรู้สึกดีๆนั้นก็จะหายไปจากกายใจด้วยความรู้สึกภายในกับเหตุการณ์ภายนอกค่อนข้างจะเป็นไปตามกัน ถ้ารัศมีความรู้สึกของคุณดีออกมาจากข้างใน ก็จะมีคนทักทายหรืออยากยิ้มแย้มให้คุณ นั่นแปลว่าถ้าภายในของคุณเป็นมิตรกับโลก โลกภายนอกก็จะเป็นมิตรตอบคุณรัศมีความสว่างจากภายในแตกต่างจากการบำรุงผิวให้ ดูขาวที่ภายนอก หากคุณเป็นคนมักโกรธ ชอบพูดหยาบเป็นนิตย์ ต่อให้ดั้งเดิมผิวคุณขาว ในที่สุดก็จะหม่นลง แม้บำรุงด้วยการอาบน้ำแร่แช่น้ำนมให้ขาวสะดุดตา มองใกล้ชิดไปนานๆก็จะรู้สึกว่าไม่ชวนชื่นใจอยู่ดี เว้นแต่คุณมีทุนเก่าหนา คือมีคะแนนบวกที่ตกแต่งผิวพรรณให้งามมากมายเหลือเฟือ อย่างนั้นผลของความมักโกรธและพูดหยาบก็อาจไปปรากฏรวบยอดในชาติถัดไป เป็นผิวหนังหยาบๆดำๆ สรุปคือแววตาก็ดี รูปตาก็ดี รอยยิ้มก็ดี ความอิ่มเต็มและความเปล่งปลั่งของเนื้อหนังก็ดี ล้วนเป็นเสมือนนิมิตที่ฉายออกมาจากจิต แสดงภาวะของจิต จิตคุณเป็นอย่างไร ตัวตนของคุณที่ปรากฏกับภายนอกก็เป็นอย่างนั้น ความเปลี่ยนแปลงทางกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และไม่สำคัญเท่าการเปลี่ยนแปลงของจิต แต่ก็เป็นเครื่องให้กำลังใจที่ดี เพราะเห็นน้ำเห็นเนื้ออย่างเป็นรูปธรรม น่าพึงใจสำหรับผู้ยังติดอยู่กับรูปของตน
สุขภาพ
         เมื่อแน่วแน่ที่จะไม่ฆ่าสัตว์ ตลอดจนเว้นขาดจากการดื่มสุรายาบ้ายาอี รัศมีสุขภาพจะไม่บกพร่องเพราะกรรมอันเป็นปัจจุบัน แต่รัศมีสุขภาพพื้นฐานอันเกิดจากกรรมฆ่าสัตว์เก่าๆยังอาจรบกวนคุณอยู่ ก็บรรเทาได้ด้วยการปล่อยสัตว์ ยิ่งสัตว์ใหญ่ ยิ่งจำนวนมาก ยิ่งต่อเนื่องนานเท่าไร ก็ยิ่งเห็นผลดีชัดเจนขึ้นเท่านั้นอย่างไรก็ตาม สุขภาพของคุณจะไม่ดีขึ้นเพียงด้วยการปล่อยนกปล่อยปลา ปล่อยวัวปล่อยควายครบพันตัวหรือหมื่นตัวอย่างเดียว คุณต้องออกกำลังกาย กินอาหารถูกสุขลักษณะ เพื่อให้กระดูกแข็งแรง โครงสร้างร่างกายพื้นฐานแน่นหนาเพียงพอด้วย
มลพิษในปัจจุบันอาจทำให้ยากที่คุณจะหาอากาศดีๆมีความบริสุทธิ์ไว้หายใจ กรรมขาวและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออาจช่วยชดเชยอากาศดีๆได้บ้าง แต่ก็ควรหาโอกาสไปฟอกปอดตามท้องถิ่นที่ปราศจากมลพิษเสมอๆด้วย
 ฐานะการเงิน
         หากคุณมีฐานะการเงินไม่สู้ดี มีแต่ความอัตคัดติดขัด คุณคงหวังพิสูจน์กรรมวิบากเอากับเรื่องลาภก่อนเพื่อน
การไม่คดโกง ไม่ฉ้อฉล ไม่หลอกลวงเอาเงินใครมาอย่างไร้ความยุติธรรม ผนวกกับการทำบุญกับศาสนาด้วยจิตปรารถนาจะได้ช่วยกันสืบทอดพระศาสนาคนละไม้คนละมือ จะเป็นตัวสร้างรัศมีของผู้มีลาภขึ้นในคุณได้ดีที่สุด และจะเด่นชัดตั้งมั่นเมื่อกรรมขาวดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องนานพอ หากคุณหวังผลทางลัด เร่งรัดลาภด้วยการเสริมดวงด้วยการตกแต่งโหงวเฮ้ง ฮวงจุ้ย หรือด้วยศาสตร์แห่งเคล็ดลางใดๆ ก็อาจได้ผลในแง่ปรับสภาพผิวนอก ฐานะการเงินก็อาจกระเตื้องขึ้นแบบผิวๆ แต่ไม่มีแรงส่งในระยะยาวอย่างแท้จริง ลาภลอยไม่จำเป็นต้องมาจากล็อตเตอรี่หรือหวยใต้ดิน ถ้าเงินมาง่ายคุณต้องเตรียมใจว่ามันจะไปง่ายด้วย เพราะลาภลอยไม่มีแรงค้ำจุน แตกต่างจากลาภที่มาจากงานประจำและบุญเก่า ต้องยอมรับว่าการเป็นลูกจ้างกับการมีกิจการของตัวเองนั้น จะเอื้อให้กรรมสบช่องส่งผลแตกต่างกัน หากเป็นลูกจ้าง แม้กรรมจะช่วยอุดหนุนให้ได้ดีขนาดไหน ก็ไม่มากไปกว่าเพดานเงินเดือนและโบนัสที่คุณมีสิทธิ์จะได้รับเท่าใดนัก แต่หากคุณมีกิจการของตัวเอง ผลกำไรจะขึ้นตรงกับกรรมเก่าและกรรมใหม่ การขยันทำงาน ไม่ใช้จ่ายเกินตัว รู้จักเลี้ยงดูลูกเมียและบริวารให้อยู่ดีตามอัตภาพ รวมทั้งรู้จักแบ่งเก็บหอมรอมริบ ก็เป็นตัวแปรที่จะทำให้ฐานะการเงินของคุณเขยิบขึ้นได้ คือรัศมีของความขยัน ความไม่ประมาท และความรู้จักแจกจ่ายเกื้อกูล จะทำให้ชีวิตโดยรวมไม่ตกที่นั่งลำบากทางการเงิน คุณไม่อาจกะเกณฑ์ว่าเมื่อนั่นเมื่อนี่จะรวยขึ้น แต่คุณสามารถรู้สึกได้ว่ารังสีของทานและความซื่อสัตย์แข็งแรงหรือยัง ถ้ารู้สึกถึงความตั้งมั่นแข็งแรงในภายใน เหตุการณ์ภายนอกก็จะปรากฏสอดรับกันไปด้วย ตรงข้าม หากอาชีพของคุณคือการหลอกลวงและฉกฉวยประโยชน์จากความไม่รู้ของลูกค้า แม้คุณจะได้เงินมาก เงินนั้นก็จะร้อน ไม่ทำให้คุณนอนสบาย มีเหตุให้ต้องเสียเงินทองอย่างไม่น่าจะเสียอยู่เรื่อยๆ หรือหนักกว่านั้นคือมีเงินแต่รู้สึกเหมือนไม่มี นี่ก็คือความยุติธรรมของกรรมที่คุณประจักษ์กับตัวแต่อาจไม่อยากยอมรับ
คนรัก
        แต่ละคนมีแรงดึงดูด หรือพูดง่ายๆว่าเสน่ห์ต้องตาต้องใจเพศตรงข้ามไม่เท่ากัน ปัจจัยที่ทำให้ทรงเสน่ห์มีอยู่มาก ต้องยอมรับว่ามนุษย์เราหลงรูป ยึดติดในลักษณะต้องตาก่อนอื่นใด ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นว่าแรงส่งของกรรมเก่ามีอิทธิพลสูง ใครเคยทำทานด้วยศรัทธา เคยรักษาศีลด้วยความแน่วแน่ ชาติถัดมาก็เอารูปร่างหน้าตาดีๆไว้ใช้ล่อตาล่อใจใครต่อใครสบายไป อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ที่จับใจคนในระยะยาวมิใช่รูปร่างหน้าตา ทว่าเป็นน้ำใจ ความเมตตา ความรู้จักพูด ความเชื่อมั่น ตลอดจนท่วงทีกิริยา แม้แต่คนที่มีบุญเก่าทางรูปร่างหน้าตาไม่ดีนัก ก็สามารถเพิ่มแรงเสน่ห์อันเป็นภายในได้ในชั่วเวลาที่ปรับเปลี่ยนนิสัยบางอย่างให้ตั้งมั่น ในทางตรงข้าม แม้สวยหล่อเลิศเลอแต่หน้าดำคร่ำเครียดกับเรื่องตกต่ำทั้งหลาย ทั้งเหล้า ทั้งการพนัน ทั้งคำพูดคำจาสารพัดพิษ ก็ทำบุญเก่าทรุดโทรมลง หรือแม้รูปร่างหน้าตายังดีก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้คน กรรมเหม็นน้อยคนที่ทราบความลับประการหนึ่งของเกมกรรม นั่นคือเสน่ห์มิได้อยู่แค่ที่รูปร่างหน้าตา ท่วงทีกิริยา และการพูดการจาเท่านั้น ทว่ายังตั้งต้นออกมาจาก วิธีคิดอันเป็นของภายในเลยทีเดียว กระแสความคิดจะถักทอรัศมีออกมาเสมอ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมนั่งนิ่งๆอยู่ใกล้บางคนแล้วคุณฟุ้งซ่านจับจดตามเขา ขณะที่กับอีกคนคุณรู้สึกมีสติ มีความกระตือรือร้น มีความคิดด้านบวก คนฟุ้งซ่านมากๆจะขาดเสน่ห์ในกระแสความคิด ส่วนคนคิดได้เป็นระเบียบ และคิดได้อย่างคนตื่นตัวกระตือรือร้น จะก่อรังสีเสน่ห์ในตัวเองโดยยังไม่ทันต้องพูด นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนสัมผัสได้ รู้ประจักษ์ได้ด้วยตนเอง ทว่าไม่มีใครสังเกตกันชัดๆ
อย่างไรก็ตาม เสน่ห์เป็นแค่แรงดึงดูด ไม่ใช่ใบรับประกันว่าคุณจะพบกับคนรักถูกใจ การพบคนรักที่คุณจะรักดูดดื่มจริงๆยังอิงอาศัยเหตุปัจจัยมากกว่าเสน่ห์ เช่นอดีตชาติเคยอยู่ร่วมกันมา และปัจจุบันชาติได้มีโอกาสเกื้อกูลกันระยะหนึ่ง เพราะฉะนั้นอย่าหวังว่ากรรมใหม่ประการเดียวจะช่วยให้คุณพบรักที่หวานซึ้งได้เหมือนฝัน แต่ให้หวังว่าเสน่ห์จะไม่ทำให้คุณเงียบเหงา และในที่สุดจะดึงดูดคู่ที่เคยร่วมบุญให้ได้มาพบกัน
 ที่อยู่อาศัย

         การเปลี่ยนบ้านใหม่เป็นตัวอย่างที่ดีของการเปลี่ยนภพเปลี่ยนภูมิ เพราะที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวกำหนดว่าทุกๆวันคุณจะรู้สึกเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ประมาณใด ระยะแรกอาจปีติโสมนัสหรือผ่องใสกับความใหม่ของบ้านมาก และแม้ระยะต่อมาจะเริ่มชาชิน แต่ก็มีความสุขความพอใจในที่อยู่เป็นพื้นฐาน บุญจะไม่ลงมือก่ออิฐถือปูนสร้างบ้านสวยๆให้คุณอยู่ แต่บุญจะทำให้คุณมีสิทธิ์ได้อยู่บ้านสวยๆในทำเลเหมาะๆ บ้านที่เป็นบ้านของคุณอย่างแท้จริงนั้น อาจเป็นเงาสะท้อนของตัวคุณเอง เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในกระจกเงา แต่ตั้งอยู่บนที่ดินผืนที่คุณมีสิทธิ์เป็นเจ้าของ ถ้าจิตและกรรมของคุณแตกต่างไปมากๆ กระทั่งบ้านเก่าของคุณรองรับไม่ไหว จะมีเหตุบีบคั้นให้หาบ้านใหม่ และมักเป็นบ้านที่สอดคล้องกับจิตและกรรมใหม่ของคุณโดยตรง ฉะนั้นเมื่ออยู่บ้านใหม่คุณจะรู้สึกไม่แปลกแยก ไม่ผิดที่ผิดทาง ภายในสองสามวันจะมีความเป็นกันเองกับบ้านราวกับอยู่ที่นั่นมาตลอด ต้องเข้าใจว่าภาวะความร่ำรวยไม่ได้วัดจากคฤหาสน์หรือปราสาทราชวังหลังโตใดๆ แต่วัดจากความเปี่ยมสุขที่มีจากสมบัติและสิ่งแวดล้อม ในเมื่อบ้านเป็นตัวคุณ สิ่งแวดล้อมของบ้านมีผลกับคุณ ถ้าคุณย้ายบ้านก็คือเปลี่ยนหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญที่สุดของชีวิต การจะมีกำลังเปลี่ยนบ้านนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องเงินอย่างเดียว บางคนแม้อาศัยศาสตร์เช่นฮวงจุ้ยมาช่วยเลือกบ้านให้ชะตาดีขึ้น ทั้งตำแหน่งที่ตั้ง ทั้งทิศทาง ทั้งรูปลักษณะบ้าน ทั้งสิ่งแวดล้อม ฯลฯ แต่ในเมื่อละกรรมเดิมไม่ได้ก็ไม่พ้นต้องเจออะไรแบบเดิมๆอยู่ดี แค่พลิกเหลี่ยมพลิกมุมชะตาเพียงเล็กน้อยจนเหมือนอะไรๆกระเตื้องขึ้นไม่นาน ก็ต้องกลับเป็นเหมือนเมื่อครั้งอยู่บ้านเดิมอีกยิ่งคุณทดลองใช้ศาสตร์เกี่ยวกับเคล็ดลางมาช่วยมากขึ้น คุณจะยิ่งพบว่าถ้าไม่มีอะไรกระตุ้นให้คุณเปลี่ยนแปลงจิตใจ วิธีคิด วิธีพูด และวิธีทำ กระทั่งเกิดนิสัยใหม่ตั้งมั่น ชะตาชีวิตของคุณจะย่ำอยู่ในวงจรเดิมๆเสมอ เมื่อภายในอันเป็น ผู้สร้างบ้านที่แท้จริงของคุณเปลี่ยนแปลง แม้คุณไม่ย้ายบ้าน บ้านเดิมก็จะเกิดการดัดแปลงบางอย่างให้เข้ากับกรรมใหม่ของคุณไปเอง เช่นความ หนักของคานอัปมงคลบางคานจะเบาลง สัมผัสได้ด้วยจิตของผู้ที่รู้ได้ หรือไม่ก็จะมีเหตุให้ตกแต่งต่อเติม และปรับปรุงลักษณะบ้านให้มีลักษณะเข้าที่เข้าทาง เข้าทิศเข้ามุมดีขึ้นโดยที่คุณไม่ต้องตั้งใจแต่อย่างใดเลย โดยทั่วไปหากคุณเป็นเจ้าของบ้านใหม่ หรือมีอิทธิพลครอบครองดูแล บ้านจะสะท้อนกรรมให้เห็นชัดประการหนึ่ง คือคุณทำความพอใจให้คนอื่นไว้อย่างไร บ้านและสิ่งแวดล้อมก็จะให้ความพอใจกับคุณอย่างนั้น คุณจะไม่สามารถชอบบ้านที่เข้ากับกรรมของคุณไม่ได้ แม้ฝืนเข้าไปอยู่ก็จะเหมือนคับใจ หรือถูกผลักไสออกมา เมื่อเห็นตัวอย่างของการเปลี่ยนบ้าน ก็จะอนุมานการเปลี่ยนภพของตัวเองในเกมกรรมใหม่ได้ แต่ขอให้ทราบว่าถ้าบุญของคุณถึงสวรรค์ บ้านหรือปราสาทราชวังไหนๆในโลกมนุษย์ก็ยากจะทำให้คุณรู้จริงๆว่าที่อยู่ในอนาคตควรแก่การพิสมัยสักขนาดไหน
คะแนนที่จะให้ผลในอนาคตชาติ
 ๑) พ่อแม่
        - ๑ คะแนน สำหรับการการผูกเวรกับพ่อแม่ที่ไม่ดี และ/หรือ สำหรับการทิ้งขว้างลูก
       ๐ คะแนน สำหรับความไม่แน่นอนในการอภัยพ่อแม่ที่ไม่ดี และ/หรือ สำหรับการรับผิดชอบลูกอย่างไม่คงเส้นคงวา
         + ๑ คะแนน สำหรับการอภัยพ่อแม่ที่ไม่ดี และ/หรือ เลี้ยงลูกด้วยความรับผิดชอบ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูก นอกจากนั้นยังเหมารวมถึงกรรมดีที่สั่งสมมากแล้วให้ผลเป็นการได้โอกาสเกิดกับพ่อแม่ที่มีบารมีรองรับกันได้ด้วย
๒) เพศ
        - ๑ คะแนน สำหรับการมีเพศสัมพันธ์ที่ผิด
        ๐ คะแนน สำหรับความไม่แน่นอนในการควบคุมความประพฤติทางเพศ
       + ๑ คะแนน สำหรับความซื่อสัตย์กับคู่ของตน
 ๓) รูปร่างหน้าตา
        - ๑ คะแนน สำหรับความเป็นคนตระหนี่ และ/หรือ ความเป็นคนมีศีลบกพร่องเป็นประจำ
        ๐ คะแนน สำหรับความเป็นคนเอาแน่เอานอนในการให้ทานและรักษาศีลไม่ได้
        + ๑ คะแนน สำหรับความตั้งมั่นในทานและศีล เมื่อให้ทานก็ให้ด้วยน้ำจิตเคารพศรัทธา เมื่อรักษาศีลก็มีความปลาบปลื้มในศีลอันสะอาดของตน ไม่ได้ให้ทานและรักษาศีลด้วยความฝืนใจ
๔) แก้วเสียง
          - ๑ คะแนน สำหรับการพูดโกหก พูดหยาบ พูดส่อเสียด กับพูดเพ้อเจ้อเป็นประจำ
        ๐ คะแนน สำหรับการเป็นคนเอาแน่เอานอนในการพูดดีหรือพูดร้ายไม่ได้
        + ๑ คะแนน สำหรับการพูดจริง พูดสุภาพ พูดถนอมน้ำใจ กับพูดอย่างมีสติเป็นประจำ และ/หรือ สวดมนต์สรรเสริญพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ด้วยศรัทธาอันเกิดจากความเข้าใจ และ/หรือ ใช้เสียงเป็นธรรมทานอันทำให้เกิดความเข้าใจธรรมะอย่างถูกต้อง
 ๕) สุขภาพ
         -  ๑ คะแนน สำหรับการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นประจำ
        ๐ คะแนน สำหรับความเอาแน่เอานอนไม่ได้กับการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
       + ๑ คะแนน สำหรับความตั้งมั่นในการเว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และ/หรือ ถวายยาจำเป็นหรือการรักษาแด่พระภิกษุสงฆ์เป็นประจำ
 ๖) ฐานะ
         -  ๑ คะแนน สำหรับการเป็นคนตระหนี่ และ/หรือ หาเลี้ยงตัวด้วยความฉ้อฉลคดโกง
        ๐ คะแนน สำหรับความไม่แน่นอนในการให้ทานและวิธีหาเลี้ยงชีพ
        + ๑ คะแนน สำหรับการให้ทานด้วยจิตเคารพศรัทธาในบุญ และมีความคิดอนุเคราะห์แก่ผู้รับ
 ๗) ที่อยู่อาศัย
         - ๑ คะแนน สำหรับการเป็นมือลอบวางเพลิงแม้เพียงครั้งเดียว และ/หรือ ทำให้บริวารเกิดความคับใจในที่อยู่อาศัยเป็นอย่างมาก
         ๐ คะแนน สำหรับการไม่มีบุญหรือบาปเป็นพิเศษเกี่ยวกับที่พักอาศัย
         + ๑ คะแนน สำหรับการเอื้อเฟื้อที่พักแก่คนจรที่ต้องการ และ/หรือ สร้างถวายโบสถ์ วิหาร กับกุฏิที่พำนักสำหรับสงฆ์ (อาจร่วมบริจาคร่วมกับผู้อื่นด้วยจิตศรัทธา หากกำลังใจแก่กล้า ปรารถนาให้เกิดที่พำนักสงฆ์จริงๆ ก็ได้บุญพอๆกับทำด้วยกำลังของตนเองเพียงลำพัง) 
 ๘) ครู
        - ๑ คะแนน สำหรับการยอมรับนับถือ และ/หรือ ขวนขวายช่วยเหลือครูที่สอนให้คิด พูด ทำในทางเป็นบาป ชมชอบการเบียดเบียน ขาดเหตุผลอันเป็นธรรม
         ๐ คะแนน สำหรับการกลับไปกลับมา และ/หรือ เปิดใจรับทั้งครูที่สอนเป็นบาปและเป็นบุญ
       + ๑ คะแนน สำหรับการยอมรับนับถือ และ/หรือ ขวนขวายช่วยเหลือครูที่สอนให้คิด พูด ทำในทางเป็นบุญ ละการเบียดเบียน เปี่ยมด้วยเหตุผลอันเป็นธรรม
๙) ความเฉลียวฉลาด
        - ๑ คะแนน สำหรับการเป็นผู้เกียจคร้านหรือขวนขวายน้อยในการศึกษา เมื่อเกิดปัญหาจะรอใครสักคนมาแก้ให้ ไม่ชอบคิดเอง ไม่ชอบรับผิดชอบกับปัญหาของตนเอง ใครถามอะไรแม้รู้ก็เก็บงำไว้ หรือแลกกับผลประโยชน์เท่านั้น
        ๐ คะแนน สำหรับการเป็นคนศึกษาเล่าเรียนตามหน้าที่ให้พอรู้ เมื่อเกิดปัญหาก็แก้ปัญหาเอาตัวรอดเฉพาะหน้า สลับกับการพยายามผลักภาระ โยนปัญหาให้คนอื่น
          + ๑ คะแนน สำหรับการเป็นผู้ขวนขวายศึกษาเล่าเรียนด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากมีความรู้ความสามารถไว้ทำประโยชน์ให้ตนเองและสังคม กับทั้งชอบตอบคำถามที่ตนรู้ ใครถามอะไรไม่เคยหวงวิชา บางทีเห็นใครลำบากก็เสนอตัวสอนเอง แล้วก็ไม่กลัวปัญหา มีความภูมิใจที่ได้ใช้ความคิดความอ่านแก้ปัญหาของส่วนรวม
 ๑๐) วิธีใช้สติคิดอ่าน
         - ๑ คะแนน สำหรับการเป็นผู้ไม่แสวงหาคำตอบ ว่ากรรมอันใดเป็นประโยชน์ กรรมอันใดเป็นโทษทั้งในปัจจุบันและอนาคต เมื่อพบสมณะก็ไม่ใส่ใจ คิดว่าตนรู้ดีอยู่แล้ว ไม่หัวโบราณล้าสมัยเหมือนอย่างนักบวชทั้งหลาย
        ๐ คะแนน สำหรับการรับฟังเทศนาธรรมจากสมณะตามๆกัน ไม่ออกท่าปฏิเสธ บางครั้งแสดงความเคารพ แต่ใจมิได้พิจารณาตามอรรถตามธรรมที่สดับฟังอย่างจริงจัง
        + ๑ คะแนน เป็นผู้มีวาสนาได้สดับฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าหรือพระสาวก มีความสงสัยใคร่รู้อย่างจริงจังว่ากรรมใดเป็นประโยชน์ กรรมใดเป็นโทษทั้งในปัจจุบันและอนาคต เข้าหาสมณะถึงที่เพื่อสอบถาม หรือสนใจซื้อหาตำรามาอ่านเองโดยไม่ต้องมีญาติมิตรคะยั้นคะยอชักชวนมาก นอกจากนั้นยังไตร่ตรองด้วยความรอบคอบ ว่าสมณะใดกล่าวไว้ชอบ มีความสมเหตุสมผล สมณะใดกล่าวไว้พิกล ไม่สมเหตุสมผล โดยย่นย่อคือเป็นผู้สดับธรรมด้วยดี พิจารณาตามแล้วจึงปลงใจเชื่อว่ากรรมอย่างนี้ดี สมควรทำ กรรมอย่างนั้นชั่ว สมควรหลีกเลี่ยง

ปัจจัยที่เป็นตัววาดแผนผังอนาคตชาติ
 ๑) ความสม่ำเสมอ
         ความสม่ำเสมอของกรรมจะเป็นตัวบอกว่าคุณตัดสินใจเลือกเป็นใครคนหนึ่งแน่ๆ มีเส้นทางเดียวแน่ๆ นิสัยใดของคุณตั้งมั่นตลอดชีวิต นิสัยนั้นจะติดตัวตามไปถึงชาติต่อๆไปอย่างแน่นอน ความตั้งมั่นของนิสัยใจคอคุณที่รักษาได้ตลอดชีวิตเพียงชาติเดียว จะเอาชนะได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครูในชาติหน้า หรือข้อบีบคั้นต่างๆให้เปลี่ยนแปลง เช่นถ้าคุณยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม แม้ต้องโดนความผูกพันอันเหนียวแน่นดึงให้ไปเกิดกับพ่อแม่ที่เลว หรือพบครูที่สอนผิดๆ คุณก็นึกค้าน เพราะบุญเก่าจะเป็นสัญญาณนำร่องให้คิดได้เองตั้งแต่เด็กๆ แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ ที่เมื่อทำบาปแล้วตกอยู่ในสิ่งแวดล้อมเลวร้ายแบบไหนก็กลายเป็นคนเลวร้ายแบบนั้น อย่างไรก็ตาม กรรมมีหลายแบบ คุณตั้งมั่นในกรรมได้หลายๆชนิด ฉะนั้นผังกรรมใหม่ของคุณในอนาคตย่อมไม่ตื้นเขิน เส้นทางชีวิตและสิ่งที่คุณจะพบตามทางขึ้นอยู่กับกรรมที่ทำอย่างสม่ำเสมอทั้งหลายก่อน ตัวคุณในชาติหน้าอาจคิดว่าเป็นฟ้าลิขิต เป็นเทวดาบันดาล หรือเป็นความเคราะห์ดีเคราะห์ร้ายที่ปราศจากเหตุผล ทั้งที่คุณเองคือสถาปนิก คือวิศวกรสร้างผังกรรมทั้งสิ้น กรรมที่ทำสม่ำเสมอส่วนใหญ่จะให้ผลทั้งชาตินี้ชาติหน้า แต่บางอย่างอาจให้ผลน้อยในโลกนี้เพราะติดเงื่อนไขทุนเดิม แต่ก็จะให้ผลมากในโลกหน้าวันยังค่ำ ยกตัวอย่างเช่นคุณอยู่ในถิ่นทุรกันดาร มีสมบัติน้อย มีข้าวปลาบริโภคน้อย แต่ใจใหญ่ ชอบให้อาหารหมาแมวไก่กา ตลอดจนเอื้อเฟื้อน้ำท่าให้เพื่อนบ้านเป็นประจำด้วยน้ำใจอยากอนุเคราะห์จริงๆ ทุนเก่าของคุณกับคะแนนใหม่ที่ไม่แรงพอ จะไม่ทำให้คุณพ้นจากสภาพความยากจนทันตา ทว่าเมื่อสิ้นสุดชีวิตนี้ ความเป็นคนใจกว้างจะทำให้คุณได้อยู่ในภพใหม่ที่กว้างขึ้น สว่างสบายและมั่งคั่งขึ้น
แน่นอนว่าหากกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกในทันที คุณจะไม่มีความตกใจ เพราะทุกสิ่งจะเริ่มต้นใหม่หมด นับแต่การลบความจำ การค่อยๆเห็นตนเองเติบโตมาในบ้านที่มีข้าวปลาอยู่ในครัวให้กินไม่จำกัด แต่หากคุณไปเกิดบนเทวโลก คุณจะรู้สึกเหมือนฝันร้ายที่พลิกเปลี่ยนเป็นฝันดีทันทีอย่างน่าตื่นใจ
๒) กรรมที่ทำด้วยเจตนาหนักแน่นเป็นพิเศษ
        ความรุนแรงของเจตนาจะย้อนกลับมาเป็นความรุนแรงของสิ่งกระทบเช่นกัน จะเห็นว่าคนเราแม้ทำกรรมชนิดเดียวกันเป็นประจำ แต่ก็มีเจตนาหนักเบาผิดแผกแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นผลก็ย่อมหนักเบาและมีความไม่สม่ำเสมอตามไปด้วย โดยมากผังกรรมใหม่ของคนส่วนใหญ่แม้มีอะไรๆให้คุณเจอซ้ำๆอยู่ร่ำไป ก็มีความน่ายินดียินร้ายที่ผิดแผกแตกต่างในด้านน้ำหนัก แต่ก็จะมีบางคน เจอดีเจอร้ายหนักหนาสาหัสตลอดชีพ นั่นก็สะท้อนว่าน้ำหนักเจตนาของเขาในอดีตชาติคงเส้นคงวาผิดมนุษย์มนาเช่นกัน
๓) กรรมที่ทำด้วยความเพียรนานเป็นพิเศษ
        ความเพียรหมายถึงความใส่ใจหรือความพยายามอย่างต่อเนื่อง ผลจะมาในรูปของความยืดเยื้อในการให้ผล หากเกิดใหม่บนสวรรค์หรือนรก จะมีอายุขัยยืนนาน และเมื่อยังต้องท่องเที่ยวเกิดตายอีกหลายครั้ง กรรมนี้ก็จะมีส่วนจัดผังชีวิตด้วยร่ำไป ไม่หมดไม่สิ้นโดยง่าย แม้บางชาติจะไม่ทำกรรมนี้เลยก็ตาม ยกตัวอย่างเช่นบางคนจะมีนิสัยประเภทจะทำทานต่อเมื่อพบสมณะที่น่าศรัทธา เผอิญชาติหนึ่งมีวาสนาพอจะพบพระพุทธเจ้าและอริยสาวก บังเกิดความเลื่อมใสเป็นล้นพ้น ก็ขวนขวายเพียรใส่บาตร เพียรอาสารับใช้หรือจัดหาสิ่งของให้พวกท่านตลอดชีวิต สะสมคะแนนความเพียรไว้อย่างล้นหลามเกินประมาณถูก เช่นนี้แม้ชาติต่อๆมาจะเป็นเศรษฐีขี้ตืด ไม่ค่อยบำรุงศาสนา เพราะไม่พบนักบวชที่น่าเลื่อมใสพอ อย่างมากก็ให้ทานคนยากคนจนบ้าง ไม่ได้ทำทานที่มีความสว่างรุ่งเรืองใหญ่หลวง แต่ผลที่เคยถวายสังฆทานชั่วชีวิตด้วยพากเพียรสม่ำเสมอเพียงชาติเดียว ก็จะส่งให้ได้เป็นเศรษฐีใหญ่ทุกครั้งที่เกิดในภพมนุษย์ และเป็นเทวดาผู้มีสมบัติทิพย์มหาศาลทุกครั้งที่เกิดบนสวรรค์
 ๔) กรรมที่ทำด้วยโสมนัสแรงเป็นพิเศษ
        โสมนัสคือเครื่องวัดว่ากรรมที่ทำในครั้งหนึ่งๆมีความใหญ่ในตัวของกรรมเองเพียงใด เพราะจิตและเจตนาในการทำกรรมย่อมปรุงแต่งให้เกิดโสมนัสผิดแผกกันไป หากโสมนัสในการทำกรรมมีความแรงเป็นพิเศษ ไม่ว่าเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว การเสวยผลจะเป็นไปด้วยความยิ่งใหญ่ กว้างขวาง หากเป็นโสมนัสในกรรมขาว ผลจะน่าชื่นใจแจ่มชัดยิ่ง เช่นการถวายสังฆทานด้วยโสมนัสแรงทุกครั้ง จะทำให้คุณเกิดใหม่ในที่ที่มีสมบัติบันดาลปีติ น่าพิสมัยยากแก่การเบื่อหน่าย แต่หากเป็นโสมนัสในกรรมดำ ผลก็จะน่าขนพองสยองเกล้ายิ่ง เช่นถ้าคุณแค้นศัตรูคนหนึ่งชนิดฝังกระดูก วันใดสบโอกาส ได้ฆ่าเขาด้วยวิธีตัดมือตัดเท้าทิ้งทีละชิ้น แถมก่อนสิ้นใจบังคับให้เขาดูภรรยาถูกข่มขืนฆ่าอย่างทรมาน แล้วคุณเกิดความปลื้มใจที่ล้างแค้นสำเร็จ ความปลาบปลื้มนั้นคือโสมนัสอย่างแรงเป็นพิเศษในกรรมชั่วที่ใหญ่หลวง เมื่อให้ผลในที่เกิดใหม่จะทำให้คุณต้องเผชิญกับเรื่องโหดร้ายนานัปการ แม้หมดกรรมในนรก มีโอกาสมาเป็นมนุษย์อีก ก็เหมือนทั้งชีวิตจะต้องหัวซุกหัวซุนหลบหนีการไล่ล่าที่เหี้ยมเกรียมร่ำไป คุณมีสิทธิ์ถูกเกมกรรมทรมานด้วยการเหวี่ยงไปเป็นนักโทษที่ผู้คุมไม่ยอมให้ตายดี และแม้คิดฆ่าตัวตายก็ทำไม่ได้ พูดง่ายๆว่าผังชีวิตจะถูกวาดให้เจอแต่เคราะห์ร้ายน่าสยดสยอง ได้รับความทรมานกายและเจ็บช้ำน้ำใจเกินจินตนาการ
๕) กรรมที่ทำกับบุคคลพิเศษ
        แต่ละคนเป็นเป้าให้เกิดการขยายผลกรรมมากน้อยต่างกัน เช่นถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีนิสัยนักเลง แล้วก็ไม่ได้อ่อนน้อมถ่อมตนเป็นพิเศษ แต่บังเอิญเคราะห์ร้ายที่มีคู่เวรคนหนึ่งไปบวชพระ แล้ววาสนาบารมีพอจะบรรลุมรรคผล อย่างนี้พอคุณเจอท่านขณะเป็นอริยบุคคลแล้ว และคุณไปกร่างใส่ท่านแค่ครั้งสองครั้ง น้ำหนักรรมดำก็อาจจะมากขนาดกลายเป็นตัวกำหนดรูปพรรณสัณฐานในอนาคต เช่นตัวเตี้ย มีลักษณะต่ำต้อยน่าดูถูก กับทั้งมีอำนาจน้อย
ตรงข้าม หากคุณชอบกร่าง ประมาณว่าชอบยกตนข่มท่านหรือแสดงท่ายิ่งใหญ่ อาจมีรังแกชาวบ้านเล็กน้อย แต่กับพระสงฆ์องค์เจ้าที่น่าเลื่อมใสแล้วก้มกราบแทบเท้าทุกครั้ง ไม่ทำตัวผยองเลย อย่างนี้กรรมขาวอาจมีน้ำหนักเกินกรรมดำ คือจะมีร่างกายสูงสง่าไม่อายใคร แต่อาจมีอำนาจไม่มากสมความสง่าของร่าง ผังชีวิตมักถูกจัดให้เป็นใหญ่ต่อเมื่อตั้งใจนำงานบุญ แต่ถ้าเป็นงานทางโลกจะไม่ค่อยมีใครให้ตำแหน่งหน้าที่สำคัญๆ
ทั้งบุญทั้งบาป เมื่อทำกับคนทุศีล จะมีผลน้อยกว่าทำกับคนมีศีล
เมื่อทำกับคนมีศีล จะมีผลน้อยกว่าทำกับอริยเจ้าชั้นต้นๆ
เมื่อทำกับอริยเจ้าชั้นต้นๆ จะมีผลน้อยกว่าทำกับอริยเจ้าชั้นสูงเช่นพระอรหันต์
เมื่อทำกับพระอรหันต์ จะมีผลน้อยกว่าทำกับพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้บรรลุธรรมด้วยพระองค์เอง
เมื่อทำกับพระปัจเจกพุทธเจ้า จะมีผลน้อยกว่าทำกับพระพุทธเจ้าผู้สถาปนาศาสนาพุทธได้

๖) กรรมที่ทำกับมหาชน
        มหาชนคือคนจำนวนมากอันไม่ทราบแน่ว่าเท่าใด จัดเป็นกรรมที่ทำแบบไม่เลือกหน้า เมื่อให้ผลก็ย่อมใหญ่หลวงกว่ากรรมที่ทำเฉพาะคน กรรมขาวที่ทำกับมหาชนแล้วมหาชนได้รับประโยชน์สุข จะส่งผลให้เป็นคนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง คือต่อให้ชาตินี้คุณทำดีแบบปิดทองหลังพระ ไม่มีใครรู้เลยว่าเบื้องหลังประโยชน์สุขของมวลชนคือใคร หน้าตาชื่อเสียงเรียงไร แต่คุณทราบแก่ใจว่าสิ่งที่คุณทำไปนั้น เป็นผลดีอย่างชัดเจนกับสังคมหมู่มาก อย่างนี้ชาติถัดไปคุณก็จะฉายรัศมีเด่นเป็นที่ยอมรับกว้างขวางอยู่ดี ตรงข้าม กรรมดำที่ทำกับมหาชนนั้น จะแปรรูปเป็นคลื่นชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดความรู้สึกเหม็นหน้า ใครเจอก็หมั่นไส้ และมักมีเหตุให้คุณต้องตกไปอยู่ในสภาพให้คนชิงชังมากๆเสียด้วย แม้ว่าคุณจะพยายามทำดี อยากอยู่ในสังคมเยี่ยงคนปกติ สังคมก็มักมาพาลใส่ หรือไม่ก็จับคุณเป็นเป้ายำสหบาทาได้ง่ายๆ โดยไม่มีใครเห็นใจสงสารเสียด้วย
 ๗) กรรมที่ทำกับวัตถุพิเศษ
        วัตถุในที่นี้หมายถึงสิ่งที่ทำไว้เป็นเครื่องหมายยึดเหนี่ยวจิตใจ หรือเป็นศูนย์รวมความเคารพศรัทธา เช่นพระพุทธรูป หรือรูปเคารพของศาสนาทั้งหลาย เมื่อทำด้วยใจที่รู้ว่าเป็นการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็ย่อมได้รับผลร้ายเกินคาด เช่นเกิดในตระกูลต่ำ โดนดูถูกดูแคลน ค่าที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง  ฉะนั้นต้องทำความเข้าใจว่าวัตถุไม่ใช่สักแต่เป็นก้อนดินก้อนหินเท่าๆกัน วัตถุที่มีผลทางใจมากย่อมมีพลังสะท้อนในตัวเองมากไปด้วย
 เตรียมพร้อมสำหรับเกมหน้า
        ทุกคน คือผู้ถูกกำหนดไว้ให้ตายทั้งหมดทั้งสิ้น เหมือนนักโทษที่ถูกพิพากษาให้รับโทษประหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยมีความผิดอุกฉกรรจ์สถานเดียวคือไม่รู้ตัวว่ากำลังเล่นเกมกรรม ต้องสั่งสมคะแนน ต้องใช้หนี้ ต้องหาทางหนีเอาตัวรอด แม้ยังไม่เชื่อสนิทเพราะยังไม่เห็นแจ้งด้วยตนเอง อย่างไรก็ต้องเผื่อขาดเผื่อเหลือไว้บ้าง ไม่ใช่เข้าข้างตัวเอง นึกว่าเมื่อไม่เชื่อก็แปลว่าชาติหน้าคงไม่มี คนฉลาดถูกหลอกให้ศึกษาเรื่องกำเนิดของจักรวาล ถูกหลอกให้คิดเก็งกำไร ถูกหลอกให้คิดพัฒนาเทคโนโลยีเสริมกิเลส ยากจะหันมาสนใจใช้เทคโนโลยีสำรวจความจริงเกี่ยวกับจิตและกรรม โลกจึงเหมือนกระดานลื่นที่ลาดลงต่ำง่ายมากๆ เพราะเต็มไปด้วยคนฉลาดเรื่องนอกตัว แต่หลงเขลาเกี่ยวกับเรื่องในตัวกันแทบทั้งสิ้น  ผู้มีปัญญาย่อมเห็นความไม่แน่นอน เห็นตามจริงว่าแรงดึงดูดของกิเลสนั้นต้านทานได้ยาก แม้แต่อยู่เฉยๆก็เท่ากับกำลังถอยหลังเข้าคลองไปเรื่อยๆ จึงควรปรารถนาหลักประกันในการเดินทางไกลกัน 

คำถามที่ควรหมั่นถามตัวเองไม่ให้ลืมมีอยู่ ๓ ข้อ ได้แก่
๑) ทำอย่างไรจึงจะไปเกิดกับพ่อแม่ที่ดี?
ิ        คำตอบคือทำแต่กรรมที่ดีๆ ตามกฎของเกมกรรมอันดับต้นๆคือคุณจะมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นแดนเกิดตลอดไป ฉะนั้นอย่าน้อยใจและอย่าชะล่าใจกับกรรมเก่าที่ส่งคุณมาอยู่กับพ่อแม่ดีหรือไม่ดีในชาติปัจจุบัน อยากมีพ่อแม่แบบไหนในครั้งหน้า ก็ขอให้ประพฤติตัวแบบนั้นมากๆไปจนชั่วชีวิตก็แล้วกัน กรรมที่คุณทำเป็นอาจิณนั่นแหละตัวเลือกแดนเกิด ตัวเลือกเผ่าพันธุ์ใหม่ให้
 ๒) ทำอย่างไรจึงจะพบผู้ชี้นำทางถูกทางตรง?
        คำตอบคือยอมรับผู้สอนการไม่เบียดเบียนเป็นสรณะ ใครสอนให้เบียดเบียนก็หลีกเลี่ยงเขาเสีย และถ้าดีกว่านั้น คือสอนเรื่องกรรมวิบาก เพื่อให้เชื่ออย่างมีเหตุผล เชื่ออย่างมีจุดหมายปลายทางแน่ชัด พิสูจน์ได้ก่อนตาย ถ้าคุณเลือกที่จะเชื่อเรื่องกรรมวิบาก ก็เท่ากับคุณต้องศรัทธาพระพุทธเจ้า เพราะมีศาสดาองค์เดียวให้คุณเลือกเชื่อ พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาองค์เดียวที่ชี้ให้รู้ตามว่า
        ๑) กรรมขาวคือบุญที่ทำแล้วเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน ให้ผลเป็นสุข
        ๒) กรรมดำคือบาปที่ทำแล้วเป็นโทษแก่ตนและคนอื่น ให้ผลเป็นทุกข์
        ๓) กรรมครึ่งขาวครึ่งดำคือบุญที่เจือบาป ให้ผลครึ่งสุขครึ่งทุกข์
        ๔) กรรมไม่ขาวไม่ดำคือเจริญสติรู้เท่าทันเหตุแห่งทุกข์ ให้ผลอเป็นนิพพาน
        หากคุณศึกษาแก่นสารของพุทธศาสนาได้อย่างถ่องแท้ ศรัทธาในพระพุทธเจ้าก็จะตั้งมั่น และจะส่งผลให้ได้ไปพบพระพุทธเจ้าองค์ต่อๆไปอีก หรืออย่างน้อยถ้าถือกำเนิดในกาลที่ว่างจากพุทธศาสนา ก็เป็นต้องได้พบศาสดาผู้สอนการไม่เบียดเบียน ยอมคล้อยตามท่าน และประพฤติปฏิบัติตนตามท่าน เป็นพื้นฐานให้มั่นคงแน่นหนายิ่งๆขึ้นไป
 ๓) ทำอย่างไรจึงจะสำนึกผิดได้ง่าย?
        คำตอบคือให้ปลูกฝังนิสัยไต่สวนตนเองบ่อยๆ อย่าหมั่นเพ่งโทษผู้อื่นจนติดเป็นนิสัย หรือเมื่อใดจำเป็นต้องเพ่งโทษผู้อื่น ก็ควรน้อมมาพิจารณาว่าเขาช่วยเป็นกระจกเงาส่องให้เราเห็นตนเองหรือไม่ ถ้าเห็นว่าน่าเกลียดน่าชังอย่างไรก็อย่าทำอย่างนั้น หรือทำอย่างนั้นอยู่ก็เลิกเสีย แน่นอนว่าการกระทำผิดคือเรื่องปกติของมนุษย์ทุกคน แต่การสำนึกผิดคือเรื่องไม่ธรรมดาของมนุษย์บางคนที่จะได้ยกระดับขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น ทุกครั้งที่สำนึกผิดอย่างแท้จริง คุณจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นคนดีมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะทีละนิดทีละหน่อยแบบหยอดเหรียญลงกระปุก ในที่สุดก็กลายเป็นความดีกองใหญ่ขึ้นมาได้ คนเราเป็นโรคทางใจตลอดเวลา ต่อให้แสนดีแค่ไหน พอทำดีมาถึงจุดหนึ่งคุณจะเป็นโรคหลงตัว โรคนี้เองทำให้ผลดีกลับไม่ดีเต็มที่ เช่นคุณไปอิจฉาริษยาหรือแข่งขันกันกับคนดีมีบุญด้วยกัน ก็กลายเป็นความหายนะของฝ่ายขาวด้วยกัน แต่หากปลูกฝังความสำนึกผิดไว้แต่เนิ่นๆ ตั้งแต่คุณยังไม่ใช่คนแสนดีที่หลงตัว ไม่ว่าคุณไปสูงแค่ไหนก็จะมีเครื่องฉุดมิให้ลอยตามลมเป็นว่าวขาดสายตลอดกาล
หมายเหตุไว้ด้วย ว่าแม้การสำนึกผิดจะเป็นของดี แต่ความรู้สึกผิดนานๆนั้นไม่ดี โดยเฉพาะที่รู้สึกผิดซ้ำซากชนิดแกะความทรมานใจไม่ออก ที่ถูกคือขอเพียงมีความสำนึกผิดอย่างแท้จริงวูบเดียว แล้วตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ทำผิดเช่นนั้นอีก ก็เป็นการเพียงพอแล้ว

 บทสรุป

๑) มองชีวิตเป็นเกม
        เกมกรรมคือเกมแห่งการปกปิด ไม่ใช่เปิดเผย คุณต้องศึกษา ต้องใส่ใจรายละเอียด โดยเอาชีวิตของตนเองเป็นที่ตั้งของการศึกษาอย่างสำคัญ และมีชีวิตของคุณเอง ซึ่งไม่ใช่เพียงชีวิตเดียวเป็นเดิมพัน
๒) อ่านเกมให้ออก แค่เริ่มเล่นเกมคุณก็มีหนี้แล้ว ไม่ใช่ไม่มี เกมเต็มไปด้วยแรงบีบคั้น คุณต้องทนแรงยั่วยุให้ได้ นโยบายที่ควรจำให้ขึ้นใจคือลดแต้มลบให้เหลือน้อยที่สุด เพิ่มแต้มบวกให้ได้มากที่สุด อย่าคิดว่าเกมกรรมเป็นเกมตื้นๆ ปลูกโพธิ์วันนี้พรุ่งนี้ได้อาศัยร่มเงาทันใจ อย่าไปคิดว่ากรรมจะล้าสมัย คุณเห็นโลกเลวร้ายก็ไม่จำเป็นต้องร้ายตามเขา ถ้าทำดีอยู่ในเขตเล็กๆของคุณ เดี๋ยวเขตเล็กๆนั้นก็จะน่าอยู่ หรือแปรเป็นโลกใหม่ที่สุขสงบเป็นส่วนตัวได้
๓) พยายามหยุดเล่นเกมเสีย
        เกมกรรมเป็นเกมแห่งความสูญเปล่า เล่นด้วยความเจ็บปวด เพื่อผลเป็นทุกข์น่าเหน็ดหน่ายยืดเยื้อไม่จบไม่สิ้น คุณไม่มีทางหนีนรกพ้นถ้าคิดเล่นเกมไปเรื่อยๆ วันหนึ่งต้องแพ้ แต่ถ้าอย่างน้อยชาตินี้คุณเห็นความจริง เห็นคุณค่าของการหยุดเกม ชาตินี้คุณจะเล่นเกมอย่างมีเป้าหมาย มีสาระแก่นสารถึงที่สุด
         บทต่อไปของเล่มนี้ไม่มีแล้ว มีแต่บทต่อไปในชีวิตจริงของคุณเอง ที่เหลือเวลาน้อยเกินกว่าจะศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับเกมกรรมอันวิจิตรพิสดารทั้งหมด จึงควรรวบรัดตัดความ ศึกษาและลงมือยุติเกมหฤโหดนี้เลยดีกว่า "เพราะมีสิทธิ์ทันก่อนจะต้องเริ่มเกมใหม่ด้วยความไม่รู้อีก"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น